|
2006-12-03 - 8:55 a.m. พยายามสะกดกลั้นใจ ไม่โทรศัพท์ไปแทบตาย ฉันนี่ก็แปลกนะ เลิกกันไปแล้ว แต่ก็ยังอยากถามว่า เธอเป็นไงมั่ง เธอสบายดีหรือเปล่า และอีกใจหนึ่งก็คิดว่า วันที่เขากลับมา จะขับรถมาหาที่หน้าบาน กดออดให้เราไม่รู้ตัว เออชีวิตนี้คงไม่มีเรื่องเซอร์ไพรซ์เหมือนในนิยาย ให้หัวใจพองโตเล่นหรอกเนอะ คิดแล้ว เดี๋ยวแม่บินไปฮ่องกงซะเลยนี่ หวังว่าเขาคงจะสบายดีละกัน ไม่รู้สินะ เมื่อวานพอมานั่งคิดถึงความดีของเขาแล้ว เราก็ไม่น่าไปพูดแรงๆกับเขาเลยนะ ไม่น่าตัดความสัมพันธ์ของเราลงแบบนี้เลย แต่มันช่วยไม่ได้ ฉันทนไม่ได้จริงๆนะเธอ ในวันที่เราเจอกันแรกๆ เขาเดินทนหนาวเอายามาให้ฉันซึ่งกำลังจำเป็นไข้ (และไม่ได้เอายามาจากเมืองไทยเลยสักกะเม็ด แบบแว่ มั่นใจมากว่าตัวเองจะไม่ป่วย) โดยฝากมากับแฟลตเมทของฉัน ไม่ได้เจอฉันเลยสักกะติ๊ด และเขาคนนี้แหล่ะ ยามที่ฉันเสียใจ สิ้นสติ จากคะแนนคาบเส้นในงาน essay แรก และจู่ๆ ก็บ้าอยากไป Wivenhoe เมืองอีกเมืองนึง ห่างออกไป 4 ไมล์ได้ ก็เดินเท้า ไปกลับ สิริรวม 8 ไมค์พอดี ถุงมือฉันหาย เป็นที่เจ็บใจยิ่งนัก หนาวก็หนาว ข้าวก็ไม่ได้กิน มันก็ไปกะฉัน อีกรอบ ยามที่ฉันโทรศัพท์บังคับให้เสียงเป็นปกติที่สุด แต่มันกลับเป็นห่วงจนต้องโดดเรียนออกมา (หรือว่ามันขี้เกียจเรียนแล้วก็ไม่รู้นะ เบื้องหลังไม่รู้จริงๆ) มันก็มาหา พอดีอิฉันแร่ดอยู่กับเพื่อน (เพราะมันเซ็งมาก ไม่คิดว่ามันจะโดดเรียนออกมา มันต้องเรียนนิ เลยไปอยู่กะเพื่อนก่อน) มันเลยต้องรอฉันนั่งเม้ากะเพื่อนซ้า ในชีวิตมัน มีแต่ต้องมารอ รอ รอ นั่งๆในห้องดูหนังกันสักพัก เพื่อนก็โทรศัพท์มา มีเรื่องโน้นเรื่องนี้มาปรึกษา บางทีก็มีคนมาเคาะประตูถึงห้อง มันบอก บางทีมันก็เหงาๆ นั่งรอเราในห้องคนเดียว ไม่ชอบเลย ฉันทำกับข้าว มันล้างจานทุกที ถ้าฉันไม่แฮ้ปปี้ โทรไปบอกเมื่อไหร่ มันก็แจ้นมาหามาปลอบขวัญทุกครั้ง (แต่อย่าให้มันหลับนะ โทรไปมันก็ไม่ตื่นหรอก) ถ้าฉันอยากไปไหน ถึงมันจะนอนดึกยังไง ตอนเช้ามันก็จะรักษาสัญญาไปกะฉันทุกที ถ้าฉันล่วงหน้าไปก่อน เพราะรู้ว่ามันยังไม่ตื่น มันตื่นมาโทรเข้าห้องไม่มีคนรับ รู้ว่าฉันไม่อยู่ห้องเป็นต้องเดือดร้อนตามมาทีหลังทุกที วันที่ทำ dissertation โค้งสุดท้าย มันอยู่เป็นเพื่อนฉันตลอดคืน (ของมันส่งไปแล้ว) เพื่อเอาไปเย็บเล่มและส่งใหฉัน ส่วนฉันน่ะเหรอ ต้องเข้าลอนดอน เพราะว่าอดีตคนเก่า มันเข้ามาเรียนหนังสือต่อ อ้อนวอนว่า เราต้องไปรับมันให้ได้ มันช่วยตัวเองไม่ได้จริงๆ (ทั้งๆที่มันบอกว่า ไอ้ที่มันมาเมืองนอกเนี่ย มันผู้ชายนะ แถมยังเรียนนานาชาติมาด้วย ไม่ต้องไปห่วงมันหรอก นี่มันอังกฤษนะเว้ยยย ไม่ได้มาเรียนฝรั่งเศส เขาพูดอังกฤษก๊านนน) แต่ฉันก็ดั้นด้นไป เพราะนึกถึงสมัยก่อน ฉันไป นิวซีแลนด์ก็ได้มันเนี่ยแหล่ะ แหกขี้ตาตื่นมารับฉันแต่เช้า มันจะได้หายกัน ไม่ติดค้างกันเสียที และฉันอยากรู้ด้วยว่า ไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนที่แล้วในชีวิตฉัน มันเปลี่ยนไปแล้ว สมราคาคุยที่มันอ้างไว้หรือเปล่า สรุป มันไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ยังเฮงซวย เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เขาต้องส่งงานให้ฉันวั้นนั้น เอาไปเย็บเล่มและจัดการเป็นธุระให้ เป็นที่รักที่น่ารักมากๆ วันสุดท้ายที่เราต้องย้ายออกจากหอ ฉันจองตั๋วไป สวิสแล้ว ของในห้องก็ทิ้งไว้ให้มันกวาดให้ มันไม่เคยให้ฉันถือของหนักๆเลย มันตามใจฉันตลอด มันนะ โคดจะเป็นสุภาพบุรุษเลย ถึงมันจะไม่หล่อก็เถอะ อืมมม แต่มันก็มีบ้างที่มันมีเรื่องที่ฉันรับไม่ได้ ทำไมต้องมีผู้หญิงบินมานอนที่ห้องมันถึงที่ ในช่วงที่กำลังทำงานแบบนี้ ผู้หญิงมาหา มาเยี่ยม ก็มาเถอะ แต่มานอนแบบนี้มันตลกมาก มันก็ยังไม่คิดถึงมารยาของผู้หญิง ซึ่งหญิงไทยหัวโบราณอยากฉันรับไม่ได้จริงๆว่ะ และมันก็มีอีกหลายเรื่องของผู้หญิงคนนี้ตามมา ซึ่งเป็นเรื่องโกหก ซึ่งมันแย่เอามากๆ และฉันก็จับได้ด้วย อีเมลล์ของมันนี่เอง มันไม่อยากให้ฉันคิดมาก เลยโกหก เพราะมันคิดว่า ยังไงมันก็ไม่คิดอะไรกับผู้หญิงคนนี้แม้แต่น้อย แต่มันช่วยไม่ได้ ถ้าไม่คิดอะไรก็ขอเถอะ ขอไว้คน มันก็ไม่ยอม ความที่มันยังเด็ก อายุน้อยกว่าฉันหลายปี ทำให้มันเลือกที่จะคิดว่า เพื่อนดีกับมัน มันจะเลิกคบกับเพื่อนทำไม ฉันแค่อยากจะให้มัน เริ่มต้นชีวิตของเราได้แล้ว เพื่อนก็พูดคุยหยอกล้อกันเฉยๆ แต่อย่าให้ถึงกับไปไหนมาไหน แล้วทิ้งฉันไว้ได้ไหม เราเคยไปไหนไปกัน แต่มาตอนนี้มันจะไปกับเพื่อน ฉันรับไม่ได้ว่ะ บอกตามตรง ถ้าไปกัน 3 คนฉันไม่เคยว่าเลย แต่ถามฉันสักคำมีไหม พอเป็นเรื่องเพื่อนนี่ มันจะเขว และดูก้าวร้าวขึ้นมาทันที ก็บอกแล้วว่ามันเด็กนี่นะ เรื่องเพื่อนในวัย หัวเลี้ยวหัวต่อ คงจะสำคัญสำหรับมันที่สุด เอาเป็นว่ากับเพื่อนคนนี้มันยอมที่จะ ไม่โทรไปหาก่อน ไม่ทัก msn ก่อน แต่ก็อย่างว่า ฉันก็คาดคั้นจนบางทีมันก็ต้องบอก (เพราะมันสัญญาแล้วว่าจะไม่โกหกฉัน หลังจากโกหกครั้งใหญ่นั้น ทำให้ฉันจะเลิกกับมันทันที) ผู้หญิงคนนี้ก็ยังโทรมาหามัน ยังออนเอ็มเข้ามาคุยกับมันอยู่ดี แม่งคนไทยเพื่อนเธอทั่วอังกฤษไม่มีแล้วหรือวะ ทำไมต้องมาตื๊อคนของช้านนนน ความวัว ยังไม่หาย ความควายก็เข้ามาแทรก ความเป็นเพื่อนของเขานี่มันยังไงกันนะ ฉันชักเคลือบแคลงตงิดๆ ฉันมักจะเปรียบเทียบ ตัวเองกับหญิงอื่นเสมอๆ เอาเป็นว่าชีวิตฉันกับเขา จะว่าไปก็เหมือนกับคนดูแลซึ่งกันและกัน มันไม่เหมือนกับเพื่อนของเขาสักนิด เขามีเป็นห่วงเพื่อน โต้ตอบ อีเมลล์หว่นแหว๋วกันตลอดเวลา และยังมีการไปเยี่ยมเยียนใน space อย่างสม่ำเสมอด้วย ถุย กับอีเมลล์ฉันมันยังไม่ตอบ กับ space ฉันมันยังไม่เข้าเล้ยยยยยย แล้วหาว่าฉันเรียกร้องมากขึ้น ตลกว่ะ เธอนั่นแหล่ะเปลี่ยนไป ฉันบอกเธอแล้วว่า ฉันจะไม่ทำอะไรแล้ว ยิ่งรู้มากยิ่งเจ็บ เธอมีทางที่จะเข้ามาหาฉันนะ ทั้งอีเมลล์ ทั้งโทรศัพท์ ทั้ง sms แต่เธอไม่พยายามอธิบายให้ฉันเข้าใจอะไรเลย รู้สึกโดนมันทอดทิ้งอย่างรุนแรง เออ ช่างมัน เป็นโสดอีกสักทีจะเป็นไรไป กลับมารักตัวเองได้แล้วววววววววว
|