Get your own
 diary at DiaryLand.com! contact me older entries newest entry

2006-04-08 - 2:16 a.m.

จั่วหัวเสียน่ากลัว วันนี้เรามาคุยกันถึงเรื่องการแบ่งแยกชนชั้นกันของที่ประเทศนี้ดีกว่า

การแบ่งแยกนี้ต้นเหตุจริงๆมาจากในอดีต การล่าอาณานิคมและการถือว่าตัวเองดีกว่าชาติอื่นๆ ชนชาตินี้ก็ถือว่าตัวเองดีกว่าชาติอื่น และมองเห็นชาติอื่นๆด้อยกว่าตัวเองเสมอ
การเดินทางแสวงหาดินแดนใหม่ที่ชื่ออเมริกา การไปรุกรานชาวอินเดียแดง ชนชาติเจ้าของประเทศที่แท้จริงและเหมารวมว่าเขาเหล่านั้นป่าเถือน แหมตัวเองวิเศสมาจากไหนกันเชียว
เรื่องราวเหล่านี้หาดูได้จากหนังเรื่อง Dances with Wolves หนังปี 90 ที่มีปู่ Kevin Costner แสดงนำนั่นไง

การที่เราเป็นเอเชียหัวดำดำ มาศึกษาต่อในประเทศนี้ หลายๆคนเรียกคนที่มาอยู่ในแผ่นดินอื่นๆอย่างพวกเราว่า ประชาชนชั้นสอง เราไม่เคยจะเชื่อเล้ยยยยยยย เหยียดผิวอะไรไร้สาระ

รุ่นพี่ที่มาเรียนปีนึงก่อนกลับก็เตือนเราไว้ว่า ถ้ามีคนตะโกนด่าระหว่างเดินก็อย่าไปสนใจ พวกวัยรุ่นที่นี่มันคะนองปาก และมักจะด่าพวกคนเอเชียอย่างเราๆเสมอ

ครั้งนึง เพื่อนเคยไปโบสถ์และมีคนขับรถจากที่โยสถ์มาส่ง เพื่อนเราขอลงกลางทางเพราะจะไปซื้อของ พอลงจากรถแล้วระหว่างเขาเดินบนทางเท้ามีกลุ่มวัยรุ่นนั่งอยู่ ตะโกนไล่หลังเขา นั่นเป็นครั้งแรกที่เราเห็นจะจะ ชัดๆด้วยภาพ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่อันตรายเท่าไหร่ จนกระทั่งมีเรื่องเด็กชาติไหนไม่รู้ (ที่แน่ๆไม่ใช่ไทย) เดินไปเทสโก (แถวมหาลัยร้านค้าใกล้สุดและเปิดตลอด ยี่สิบสี่ ชั่วโมง ก็คือเทสโก ใกล้สุดแต่ก็นับว่าไกล เดินไปประมาณ ยี่สิบนาทีได้ แล้วประเทศนี้ดึกๆก็ไม่ค่อยจะพลุกพล่านเหมือนเมืองไทยเสียด้วย) มีกลุ่มเด็กวัยรุ่นมาล้อมเขาไว้และแกล้งเขาซึ่งอยู่คนเดียวในวงนั้น (เธอกล้ามากๆที่เดินไปคนเดียว ตั้งแต่นั้นมาถึงแม้อยากจะเป็น independent woman ขนาดไหน แต่ปลอดภัยไว้ก่อนฮ่ะ จะพยายามไม่ไปไหนดึกๆลำพังคนเดียว แต่เราว่ากฎข้อนี้ ใช้ได้ดีกับทุกประเทศ ทุกสถานที่ค่ะ) แหมหยั่งกะหนังในเมืองนอกเลยนะคะ ที่คนหน้าตาเห่ยๆมักจะโดนรุมแกล้ง แหล่งข่าวไม่ทราบที่มาบอกว่าคุณคนนี้เขาแต่งตัวรัดกุมมาก และไม่ใช่คนหน้าตาเห่ยๆด้วย ดูจะเป็นคนโต มีอายุแล้ว ไม่ใช่คนที่จะน่าแกล้งได้เลย (พอถามกันไปถามกันมา คือคนสักคนที่มักจะเป็นโต้โผ ยกมือถามอาจารย์ฝรั่งในงานสัมนาบ่อยๆน่ะค่ะ คนสไตล์วิชาการแบบไม่เห่ยนี่มันยังแกล้งได้เลยนะนั่น)

เหตูการ์ณเหล่านั้นผ่านกันไป จนจำเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ แถมเรายังบอกกะคนอื่นๆเลยว่า เราไม่เคยเจอ discremination มาก่อน

ครั้งหนึ่งตอนไปที่ Wales ระหว่างเดินกลับที่พัก มีเด็กเมาตัวใหญ่มากๆ กลุ่มหนึ่ง มันเข้ามาจะคุยด้วย แต่มันดันคุยด้วยภาษาอะไรไม่รู้ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ แต่ดีหน่อยที่มันเมาและเพื่อนๆมันก็ช่วยหิ้วปีกคนนั้นไป เราก็ลืมเรื่องนี้ไปอีกเช่นกันไม่เอามาใส่ใจ หลังจากนั้นห้าเดือนได้...

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมามหาลัยปิดเทอม ช่วงอีสเตอร์ นักเรียนเริ่มกลับบ้าน เราก็เริ่มออกแร่ด ไปเมืองหลวงกะเขา ลอนดอน เมืองที่ใครๆก็อยากไป ช้อปปิ้ง แบรนด์ดังราคาถูกที่ไม่มีที่เมืองเรา ก็จะไปลุยเอาที่ลอนดอนนี่แหล่ะ ช่วงระหว่างจ่ายเงิน คนที่นี่นับเรื่องการเข้าคิวเป็นเอก เข้าคิวก็ต้องเข้าเป็นแถวเดียว ไม่มีการไปต่อหน้าเค้าเตอร์ หรือว่า เวลาเข้าห้องน้ำก็ไม่มีการไปต่อหน้าประตูห้องน้ำ เพื่อความแฟร์ เราจะยืนเป็นแถว ช่องไหนเสร็จก่อน คนที่มาต่อคิวคนแรกก็จะได้ไป

เมื่อถึงตาเรา พนักงานขายเรียกเราปุ๊บ เราก็เข้าไป พอไปถึง คุณเธอนึกจะไม่บริการก็ไม่บริการเฉยๆซะนี่ คุณเธอหันไปคุยกะลูกค้าคนอื่นที่มีปัญหา ซึ่งตรงนั้นมีพนักงานร้านให้การดูแลอยู่แล้ว พนักงานคนนั้นเขาก็เรียกคุณเธอให้มาเช็คของเรา คุณเธอก็สบัดหน้าหนี เห็นหน้าเราแล้วคงคิดว่า ฉันไม่ยอมให้อีเพิ้งคนนี้ใส่เสื้อโค้ดดูดีของร้านเราแน่นอน ดูผมเธอสิก็กระเซอะกระเซิง แต่งตัวก็ไม่ทันสมัย หน้าตาก็ไม่ได้แต่ง วุ้ยยยไม่ได้การ เค้าเตอร์ตรงนั้นหายเรียบ ไม่มีใครมารับลูกค้ากะเหรี่ยงหัวดำอย่างฉันสักคน อาการเหวอเริ่มออก ก็พอดี (นึกว่า) มีนางฟ้าจะมาช่วยทัน คุณเธอคนนี้ไม่เหมือนคนอังกฤษสักเท่าไหร่ ผิวสีช้อกโกแลต ผมดำ น่าจะเข้าใจความรู้สึกที่เราถูกกระทำได้เป็นอย่างดี แต่...อนิจจา เปล่าเลย
เธอถามขึ้นว่า เธอมายืนอยู่ตรงนี้ทำไม เธอต้องไปต่อคิวใหม่ (คิวตอนนี้ยาวเป็นห่างว่าวแร้ว) เพราะเค้าเตอร์ตัวนี้ปิด อิฉันอยากจะเม้งเหลือกำลังก็ตอบไปว่า ชั้นยืนรออยู่ตรงนี้หลังจากเข้าคิว และมีคนบอกว่า 'Next' แล้วนิ แล้วทำไมชั้นต้องไปต่อคิวใหม่ด้วย คุณเธอตอบกลับมาว่า อย่างไรก็ต้องไปต่อใหม่เพราะว่ามานปิด ชั้นรำคาญเลยถามมานว่า เอาไปจ่ายข้างล่างได้ไหม มานบอกว่าได้ หลังจากนั้นมันก็เรียก ไอ้พวกต่อคิวยาวๆหัวทองทั้งหลายมาที่เค้าเตอร์มันเพื่อที่มันจะได้เช็คของออกให้

ฮ่วยอีหยังเด้อ ลงมาข้างล่าง คนรอต่อคิวกันยาวเหยียด พนักงานไม่สนใจพอเช็คของออกให้ลูกค้าคนหนึ่งเสร็จ ก็ไม่เรียกคนอื่นต่อไป หันและเดินไปเม้ากะพนักงานเครื่องข้างๆสบายใจเฉิบ เหตุการณ์นี้พอดีมีคุณป้าคนข้างหลังมายืนอยู่ด้วยเห็นตำตา แกบอกว่า แกทนไม่ได้ นี่แกมาซื้อตุ้มหูข้างเดียวเนี่ยจะให้แกรอนานไปถึงกี่ชาติกัน อิฉันได้ทีสำทับไปว่า ประเทศนี้มันแปลกๆนะ ที่ประเทศชั้นนะ คนจะมาซื้อของเนี่ย จะจ่ายเงินเนี่ย คนขายเขายิ่งกุลีกุจอทำให้เพราะเอาเงินมาให้ทางร้าน ลูกค้าเนี่ยแถบจะมาก่อน ลูกค้าคือพระเจ้า อะไรก็ว่าไป แต่ประเทศนี้มันเหมือนๆจะต้องง้อลูกค้าไงไม่รู้ เขาก็บอกว่าเขาก็ไม่ชอบประเทศนี้เหมือนกัน แต่เผอิญสามีเป็นนักการทูตเลยต้องมาทำงานที่นี่ คุยกันเสร็จก็เสร็จกันไป แต่ความเจ็บใจอับอายขายหน้ามันน่าจะใช้กฏหมายประมาณว่า public humiliation ได้น่า เคยอ่านในพันทิพย์บ่อยๆ เราต้องเล่นงานมันให้ถึงที่สุด พนักงานที่เจ้ายศเจ้าอย่าง ไม่บริการลูกค้าแล้วชั้นทำอะไรผิดเนี่ย เพื่อนที่ไปด้วยกันเห็นดีเห็นงามด้วย พอดีเราต่อคิวนาน เขาเลยเดินขึ้นไปจดชื่อที่อยู่บนป้ายของพนักงานพลางๆ ดีที่พนักงานทุกคนเขาจะมีป้ายชื่อ เลยทำให้ จะคอมเพลนก็จะได้คอมเพลนให้ถูกคน

เขียนเมลล์ปุ๊บ ตั้งหัวข้อแบบนี้เลย พนักงานร้านนี้ สาขานี้เหยียดผิว ตั้งให้มันเวอร์ๆ เรื่องมันเลยคงไปถึง customer service อย่างช่วยไม่ได้ เขาเขียนเมลล์มา apologize แหมนึกว่าจะให้บัตรช้อปฟรีสักร้อยปอนด์ เอาก็เอา ขอโทษแล้วก็ขอโทษ เขาบอกว่าเขามีมาตรการเรื่องนี้อย่างเข้มงวด คือไอ้จดหมายแบบนี้ cut paste เอาก็ได้เนาะ อืมม เอาก็เอาวะ ไหนไหนก็ไหนไหน นึกว่าจะไม่กลับไปแล้ว เลยเขียนเมลล์กลับไปบอกว่า โอเคได้ ขอบคุณที่เมลล์กลับมาติดตามเรื่องราวดี ถ้าบอกว่าจะจัดการเดี๋ยวไอจะกลับไปที่สาขานี้เพื่อดูผลงานอีกที ทีนี้ล่ะเป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นมาทันที ทำการ take action จริงๆจังๆเสียที ผู้จัดการสาขาก็จะโทรศัพท์มาหาเราเพื่อให้เราบอกหน้าตาของคนคนนั้น เนี่ยเดี๋ยวเราจะกลับไปดูหน้ามานอีกที เพื่อจะได้เรียกผู้จัดการมาเจอมานเลยวันนั้นเลย ชิชะ งานนี้จะได้รู้ซะบ้างว่าตรูผู้ถูกกระทำนะเฟ้ยยยยย เห็นแค่ผู้ภาษามันไม่คล่องหน่อยเดียว ทำเป็นใหญ่มาจากไหนเนี่ย อ่วย

ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก เราว่าคนพวกนี้มีปมจริงๆนะเนี่ย บางคนเขาก็ถือว่าเขาไม่อยากจะบริการพวกหัวดำ เราเคยไปร้านลองเสื้อแล้วไม่อยากใส่ไม้แขวนให้เขาเพราะมันดูยุ่งยากสำหรับเราและเราก็ไม่คล่องเรื่องนี้ด้วยก็เลยเดินถือออกมาให้พนักงานเขาใส่ให้ มันเม้งใส่เราแล้วบอกว่า ให้เราใส่กางเกงเข้าไปในไม้แขวนด้วย เราต้องยืนตรงนั้นใส่กางเกงลงไปในไม้แขวนให้มันอยู่คนเดียว (เราอยู่คนเดียวในห้องลองเสื้อ งานมานไม่เห็นจะมากมายอะไร กะอีแค่กางเกงสองตัว เราก็ไม่ถนัดเก้ๆกังๆอยู่ตรงนั้นน่ะแหล่ะ แบบแก้ง่ายแต่ใส่น่ะยากส์เอิ๊กๆ) ตอนนั้นเม้งกลับไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าประเทศนี้เขาทำกันยังไง มองร้านอย่าง Gap ลูกค้าเอาเสื้อเข้าไปเป็นหอบใหญ่ไม่ใส่ไม้แขวนออกมา พนักงานชายที่ออกจะเกย์ๆหน่อยเขายังยิ้มรับ หน้าบานเลย เนี่ยอ่ะน้า เดี๋ยวรายนี้จะกลับไปเช็คบิลอีกที เดี๋ยวก่อนๆ เมื่อก่อนแม่ยังไม่รู้ เดี๋ยวนี้เอาไงเอากันจิ เพิ่งจะเริ่มเรียนรู้เรียกร้องสิทธิเอาก็ตอนมาที่นี่แหล่ะ ถึงว่า ทำไมองค์กร human right เขาถึงขายดีนักขายดีหนา ก็เพราะมีพวกเจ้ายศเจ้าอย่าง อย่างพวกนี้น่ะสิ ไม่อยากทำงานบริการแล้วมาสมัครทำไม๊ เจ๊ล่ะไม่เข้าใจจริงจริ๊งงงงงงงงง เจ๊เคยทำงานเสริฟมาก่อน เจ๊ก็ทำให้ลูกค้าสุดความสามารถไม่เว้นว่าเธอจะเป็นใครมาจากไหน เขาเป็นลูกค้าอ่ะ เขาเอาเงินมาให้เรานิ

ตอนนี้ก็เลยมีข้อสังเกตอยู่สองข้อว่า ร้านทางยุโรปพนักงานจะเจ้ายศเจ้าอย่างมากกว่าร้านของทางฝั่งเมกา อย่าง Gap หรือ Esprit หรือ Benetton นี่ข้อสังเกตของเราคนเดียวนะและพนักงานชายดูจะมีอัธยาศัย จิตใจรักบริการมากกว่าพนักงานหญิง

กลับมาที่เรื่องของเทสโกใหม่ พอดีวันนี้กำลังจะออกไปซื้อของ เพราะใกล้จะวันเกิดแระว่าจะจัดงานซะหน่อย มันก็ดึกแล้วล่ะ สักสี่ทุ่มแต่เดินซื้อของดึกๆคนไม่เยอะก็สบายไปอีกแบบก็ไปกัน พอดีเดินออกมาไม่ทันเท่าไหร่เจอเพื่อน เพื่อนกำลังจะเข้าเมืองไปดิ้นก็เลยให้เราติดรถออกไปด้วย พอเพื่อนไปจอดให้เราลงตรงป้ายรถเมลล์ข้างเทสโก ก็เห็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งมองมาทางเราสองคน เราเห็นเด็กคนนึง มองเราเหมือนจะเข้ามาคุยด้วยอย่างไรมิทราบ แปลกๆ เราก็กลัวๆกล้าๆ แล้วก็ต้องเดินผ่านกลุ่มนี้เผื่อจะเข้าไปในเขตร้วเทสโก้ พอเข้าไปข้างในเท่านั้นแหล่ะ มันเดินตามรั้วมาแล้วตะโกนด่าเราว่า 'Bitch' อยู่สองสามที เราก็แปลกใจ กลัวระคนกัน ว่าตรูอยู่เฉยๆแล้วมรึงมายุ่งอะไรกะกรู จากภูมิต้านทานกริยาอาการ ต้อนรับชาวต่างชาติของคนประเทศนี้มานเพิ่มขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ งานนี้อิฉันกด 911 ทันที

คุยได้ไม่ได้ ตรูไม่รู้ แต่มาหยามแบบนี้ ดีนะไม่ปากไว ด่าแม่มันกลับไป ไม่งั้นมีหวังได้ตีกันแน่ (อยากเป็นผู้ชายจริงๆเลยผับเผื่อย) เอาคนกลางมาช่วยดีก่า คุณตำรวจใจดี ก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น คุณอยู่ที่ไหน เราก็บอกว่า มีแกงค์เด็กวัยรุ่นไม่น่าไว้ใจอยู่แถวๆป้ายรถเมลล์ที่เทสโก เรากลัวว่าจะเดินกลับจากเทสโกไปมหาลัยแล้วจะมีปัญหาอีก อย่างไรช่วยจัดการด้วย ตำรวจรับเรื่องก็ถามชื่อ นามสกุล ละก็บอกว่าเดี๋ยวจะส่งตำรวจมาหา เราก็บอกว่า เราไม่ได้อยากจะเจอกับตำรวจนิ กลัวนิดๆ เรากลัวเพราะมีการใช้ถ้อยคำหยาบคายใส่หน้าเรา แบบนี้เราโทรเรียกตำรวจได้ใช่ม้า ตำรวจก็ใจดีบอกว่าได้ ตำรวจก็บอกว่าถ้าเราไม่อยากเจอกะตำรวจแล้ว ตำรวจจะพาเรากลับบ้านได้ไง คือเขาจะส่งคนมารับเรากลับหอที่มหาลัยอ่ะ ขำขำ เราก็บอกว่า เอาแค่ส่งคนมาเช็คก็พอ จากนั้นก็วางโทรศัพท์กันไป

พอซื้อของในเทสโกเสร็จ ออกมาหน้าเทสโก ก็มีรถตำรวจมาจอดหน้าร้านอยู่จริงๆด้วย แปลว่าตำรวจเค้าก็เร็วเหมือนกันนะเนี่ย อิอิอิ

เรื่องนี้ไม่มีบทสรุป รู้แต่ว่า อย่าลืมเรียกร้องสิทธิของตัวเองด้วยหากคุณรู้สึกว่าโดนริบรอนสิทธิอันพึงชอบธรรมของคุณ มาอยู่นี้ถ้าคุณเงียบเรื่องก็จะเงียบไป แต่ถ้าคุณ fight ขึ้นมาหน่อย รับรองไม่เสียแรงเปล่าแน่นอน

 

previous - next

 

about me - read my profile! read other Diar
yLand diaries! recommend my diary to a friend! Get
 your own fun + free diary at DiaryLand.com!