|
2005-11-07 - 6:49 a.m. เซ็งเหลือเกิน เรียนก็ไม่รู้เรื่อง พูดภาษาอังกฤษก็ไม่รู้เรื่อง เขียนก็ไม่รู้เรื่อง อ่านก็ไม่รู้เรื่อง ถามก็เลยไม่รู้เรื่องไปด้วย แล้วตรูจะทำไงดีล่ะเนี่ย @_@ มาเมืองนอกใครว่าง่ายหว่า โดยเฉพาะมาอังกฤษ.... มหาลัยนี้ดานดีเด่นทางด้าน Econs กะ Government ซะด้วย โอ้พระเจ้า.....ไมพาหนูมาเจอกับสถานการ์ณแบบนี้ในชีวิตเนี่ย อยากกลับไปใช้ชีวิตไร้สาระแบบเก่าจัง กิน เที่ยว เล่น ดูหนัง ฟังเพลง ขับรถไปหัวหิน ไปพัทยา นั่งรถพาเพื่อนไปพัทยา เพื่อนมาพาเราไปพัทยา ขึ้นภูไปกะเพื่อนๆ ลงใต้ ไปดูหนังรอบดึกๆกะเพื่อนๆป๊อปคอร์น เม้ากันเรื่องหนังอินดี้ กะตีม ของเรื่องอย่างเมามันส์ พอมีแฟตก็ไปนั่งดูคอนเสิร์ตกระหนุงกระหนิงกะกิ๊ก อืมมมมมมม ไม่ ไม่มีอีกต่อไปแล้ว ฟังแล้วใจหายเนาะ ชีวิตนี่มันพริบตาเดียวก็เปลี่ยนกันไปได้ กลายเป็นชีวิตที่ไม่มีความสุข ต้องอ่านหนังสือ ให้ตายเหอะ เราเป็นคนไม่นั่งอยู่หน้าหนังสือมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ไอ้ก้อยมันบอกว่า เราชอบตามใจตัวเอง Spoil ตัวเองซะจนเคย อืมมมมม เราคิดว่าเราจะทำอะไรก็ทำได้อ่ะนะ ถ้าเราอยากทำ แต่เราไม่อยากทำ เราไม่ชอบ ไม่อยากโดนบังคับ ไม่อยากทำอะไรในสิ่งที่เราไม่ชอบ เอาแต่ใจ อาการเด็กๆออกมาอีกแล้ว เซ็งจัง การเรียนที่สนุก อ่านเรื่องนี้รู้เรื่องโน้น กลายเป็นความไม่สนุกไปเสียแล้ว มีแต่เรื่องเครียดๆ กลัวว่าคนที่เมืองไทยจะเปลี่ยนใจ จะไม่รักเราด้วย แปลกดีไปเห็นคอมเมนต์เขา บอกคิดถึงคนอื่น ก็เลยคิดได้ว่า พอแล้วดีกว่า ไม่เอาแล้ว ชีวิตทีเอาความรู้สึกไปฝากไว้กับอีกคน การนั่งรอโทรศัพท์ รอให้เขามาบอก รัก บอกคิดถึง จะหายไปเงียบๆดีก่า เพราะทุกทีบอกไปตรงๆเขาก็ยอมจนเราอ่อนใจและใจอ่อน เลิกไม่ได้เสียทุกทีไป มาอ่านเจออีกข้อความเขาบอกคิดถึงเราจัง ทั้งๆที่เขาก็คงไม่รู้ว่าเราจะมาเห็นข้อความนี้ เออเวลามันทำความดีรักเรา คิดถึงเราลับหลังแล้วเรามารู้อย่างลับๆนี่ ค่อยใจชื้นขึ้นนิดนึง โฮ่คิดมากไปเองอีกแล้วนี่เรา เวง เฮ้ออออออ ทำไมที่ว่างในใจเราเยอะเหลือเกินเนาะ ถมเท่าไหร่ก็ถมไม่เต็ม บอกรักเราปาวปาวปาว กันขนาดนี้ ทั้งเขา ทั้งคนอื่น แล้วทำไมมันยังไม่รู้สึก ไม่รู้ซึ้ง ไม่รู้สม ไม่รู้สา อย่างไรไม่รู้ มันก็เลยคิดได้ว่าคงไม่ใช่คนนี้มั้ง การที่เขาทำดีกะเรา มันก็ไม่ใช่ความรัก มันเลยคิดได้ว่า มันต้องมีใครสักคนสิ ที่มาทำให้ตรงนี้หายกังวล หายเลิกถาม เหมือนที่ถามใครๆออกไปหลายๆคนเสียทีว่ารักเราหรือเปล่า ได้รับคำตอบที่ทำให้ยิ้มหน้าบาน แต่ในใจมันก็ยังไม่เต็ม ทำไมนะ...... เราอาจจะกำลังรอใครอยู่หรือเปล่า แปลกดี......... ต้องกลับไปอ่านหนังสือแล้ว อาทิตย์นี้เรียกว่าอาทิตย์ที่หก ของปีการศึกษา ปีนี้มี สิบเอ็ดอาทิตย์ช่วง Autumn ละก็หยุดช่วงฤดูหนาว เปิดมาอีกทีก็ Spring ปีนี้หิมะจะตกไหมนะ การเรียนไม่เท่าไหร่ แต่อาหารก็ทำพอจะไปไหวแล้วนะเนี่ย จากคนที่ทำไม่เป็นเลย ทำไมการเรียนมันไม่กระเตื้องขึ้นเหมือนการทำอาหารมั่งฟะ อาจารย์ Eric เขียนเมลล์มาบอกว่า Draft ครั้งที่สองอ่ะ ผิดที่เดิมซ้ำสองเลย เขาเลยเรียกไปพบในช่วงเวลา office hour เพราะว่าดูเหมือนเราจะไม่เข้าใจ ก็คงจะไปพรุ่งนี้ ละก็ไม่ลืมไปหยิบหนังสือของวิชา IR ของคนที่ชื่อ Waltz มาอ่านด้วย เขาเป็นคนของค่าย Neo-realism อ่า อืมอืมมม ยุ่งชิบเป๋งเรยยยยยยยยยยยยย ก้อยแถมท้ายว่า พระเจ้าคงต้องการทดสอบแกน่ะ เพราะตลอดชีวิตมาแกสบายมาตลอด แง่ง พระเจ้าบอกว่าไม่มีการทดลองไหนที่ยากเกินกว่าที่เราจะทนได้ อืมนั่นสินะ ถึงแม้ว่าจะร้องไห้มาสามวัน ทั้งตอนโทรคุยกะเขา ตอนอยู่คนเดียว ตอนอ่าน FWD เมลล์ ตอนแม่ป้าพ่อโทรมา มันก็ยังไม่ตายนิเนาะ ยังเดินได้ กินดี มีคนรักมากมายอยู่ดี เอ้า ผ่านสัก ห้าสิบก็นับว่าพระเจ้าปรานีแล้วล่ะนะ กลับไปอ่านหนังสือเสียที ปนิธาน ปีการศึกษานี้ อ่านหนังสือให้จบ อาเมน >_<
|