|
2005-01-12 - 1:55 p.m.
Cut Off Jan 1205
To cut someone out of your mind, your head and your heart is always the hardest thing to do
Sorry seems to be the hardest word
. What have I got to do to make you love me What have I got to do to make you care What do I do when lightning strikes me And I wake to find that you're not there What do I do to make you want me What have I got to do to be heard What do I say when it's all over And sorry seems to be the hardest word It's sad, so sad It's a sad, sad situation And it's getting more and more absurd It's sad, so sad Why can't we talk it over Oh it seems to me That sorry seems to be the hardest word What do I do to make you love me What have I got to do to be heard What do I do when lightning strikes me What have I got to do What have I got to do When sorry seems to be the hardest word ตัดใจ การที่จะหยุดคิดถึงใครบางคนนี่มันลำบากจริงๆนะ เราพยายามแล้ว ขนาดหนีไปถึงสิงคโปร์ก็แล้ว ยังมิวายที่จะมีเขาเข้ามาอยู่ในฝันของเราตลอดเวลา..... คนยิ่งจะรับปริญญายิ่งฟุ้งซ่านแฮะ ไม่อยากรับปริญญาแล้วนิ ไม่อยากเจอใคร อยากนอนซุกหมอนตายกันไปข้างหนึ่ง ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลยเชียว สำหรับช่วงเดือนมกราคม เช่นนี้ ไหนจะเรื่องงาน เรื่องบ้าน เรื่องอีเมลล์ลูกค้า(คนอื่น) เรื่องคนป่วย เรื่องน้อง เรื่องตัวเอง มันจะรอดไหมวะฉัน.... ฉันบอกก้อยหลายครั้งแล้วว่าจะหนีไป ก้อยบอกว่าเออเห็นพูดมาหลายทีแล้วเมื่อไหร่จะได้ไป เออก็นั่นสินะ มัวแต่ห่วงหน้าพะวงหลัง ห่วงนายใหม่ งานใหม่ และคนอื่นๆจนไม่ทันเหลียวมามองชีวิตตัวเองว่า เออมันถึงเวลาไปเสียทีแล้วนะ...... ไปทำชีวิตให้มันเป็นผู้เป็นคนและก็เป็นห่วงคนอื่นแต่พอดีๆก็พอนะ ละก็แคร์คนอื่นๆให้น้อยกว่าแคร์ตัวเองซะบ้าง....บ้าไปแล้ว คิดได้แต่ทำไม่ได้แฮะ เขา ก็ยังเข้ามาคุยกันเหมือนเดิม เพียงเพื่อว่าจะพยายามทำตัวให้เหมือนปกติที่สุด... ทั้งๆที่มันไม่เหมือนเดิมเลยสักนิด ฉันตั้งชื่อใน msn ว่า เราไม่ได้คุยกันอีกต่อไปแล้ว เธอไม่สามารถเข้าถึงโลกที่ฉันอยู่ได้อีกต่อไป และแน่นอน.....เขารับรู้ได้ว่าคนคนนั้นคือเขา แค่บางข้อความสำหรับบางคนที่รู้กัน ถึงไม่ต้องเขียนชื่อก็สามารถรู้ได้ว่าข้อความนี้หมายถึงอะไรและต้องการบอกอะไร ก็เพราะรู้ และทำใจได้น่ะซิว่ามันจะต้องไม่เหมือนเดิม อาการเครียดมันก็เลยกลายมาเป็นอาการกระส่ำกระส่ายนอนไม่หลับในช่วงกลางคืน หรือไม่ก็ฝันเอา....กังวลใจไปทำไมนะเรา ก็แค่คนที่เขาเลือกที่จะออกจากชีวิตเราเอง เราพยายามพูดและคุยให้เหมือนปกติธรรมดาที่สุด แต่ในเมื่อมันไม่ได้ช่วยอะไรก็คงต้องเลี่ยงกันไปเลี่ยงกันมาเวลาเจอหน้ากัน ก็เท่านั้นแหล่ะ..... แค่รู้ว่า รัก กันก็พอแล้วล่ะนะ รักกันแบบไหนไม่ใช่ปัญหาเลย ดังนั้นการคุยกันวันนี้ของเธอและฉัน ถึงแม้ว่ามันจะจบลงที่น้ำตาของฉัน และถ้อยคำแสดงความยินดีของเธอก็ไม่เป็นไร..... ขอบคุณ ก้อย : วันนั้นก้อยมีงานทำ ก้อยโทรมาหาเราบอกว่ารับปริญญาวันไหนกี่โมง เราบอกก้อยว่า 11 โมง พฤหัสนี้ ก้อยไม่ได้ว่าอะไรแล้วมันก็วางโทรศัพท์ไป มารู้ทีหลังว่ามันไปปฎิเสธงานที่ได้วันละเกือบพันเพื่อจะมางานรับปริญญาเรา ก้อยเลือกเรามากกว่าเลือกเงิน แต่ถ้าเรารู้ว่ามันจะต้องไม่ได้งานเพื่อมางานเรา เราก็จะบอกให้มันเอางานไว้ก่อนอยู่ดี..... ขอบคุณนะ ซึ้งใจจัง แนนและเพื่อนคนอื่นๆอีก : ที่บอกว่าจะมาก็มากัน และคนที่ไม่ค่อยสนิทอีกนะเนี่ย ขอบคุณจริงๆ ไม่รู้ซินะ ใครๆก็บอกซื้อของให้เราแล้ว เราว่าของมันไม่มีค่าอะไรเลยนะถ้าเทียบกับการมาถึงของใครบางคน..... อาจจะเป็นเพราะว่าเราให้คุณค่ากับจิตใจมากกว่าสิ่งของก็ได้นะ คุณค่าจิตใจอย่างไรซะก็ต้องมากกว่าอยู่แล้ว คนที่มาไม่ได้ ไว้งานหน้าละกันนะ (คงงานแต่งเลย 555 ล้อเล่นน่ะ เด๋วหนุ่มๆตกใจกันหมดล่ะแย่เรย คึคึคึ)
previous - next
|