|
2004-12-22 - 10:52 p.m.
Natural or Artificial Dec 2204 Do you think which one can sell in the higher price between natural and artificial thing? Of course Artificial thing right? Shouldnt be But yes
it is. ของธรรมชาติหรือของปรุงแต่งดี? วันนี้เหลือบมองไปเห็นคนขายของข้างถนน....ของเยอะแยะละลานตาไปหมด มาตาลุงคนหนึ่งกำลังเอาของของเขาวางขายกับพื้นถนนเหมือนตามอย่าง เด็กวัยรุ่นแผงตรงข้ามที่วางแบกะดินเช่นกัน.... ลุงแกเอาเข่งสาน ใบย่อมข้างในเต็มไปด้วยผักเต็มไปหมด แล้วก็ค่อยๆจัดเรียงเอาไว้ตรงหน้าอย่างสวยงามทีละกำๆ สักพักก็ไปหยิบเอาชนิดอื่นออกมา.... เรามองไม่เห็นว่าแกขายผักอะไร แต่เห็นในกำที่แกวางอยู่เป็นต้นหอมซะละมั้งนะ.... มองไปรอบตัวของลุงมีของขายที่ผู้คนเดินไปเดินมาให้ความสนใจมากมาย มีนาฬิกา มีกิ๊บติดผม มีรองเท้าสีสรรฉูดฉาด มีเทียนหอม มีโคมไฟลวดลายสวยงาม มีเสื้อผ้า มีกางเกง มีหนังแผ่น ไม่เห็นมีใครจะขายไอ้ต้นเขียวๆอย่างลุงเลย หลายคนเดินเลยผ่านไป ฉันจำได้ว่า พวกผักเนี่ย ราคาไม่เท่าไหร่เองนะ ล่าสุดที่ไปเดินตลาดเนี่ย 5 บาท 10 บาท (ไม่เกิน 20 บาทแน่ๆ) ก็สามารถได้ผักชี ต้นหอม กำใหญ่ พอกินทั้งครอบครัวได้แล้วนะนั่น (สงสัยฉันจะไปเดินมาเมื่อ 10 ปีที่แล้วเป็นแน่แท้) เอาวะ เอาเป็นว่าถ้าผักจะแพงขึ้นอย่างน้อยฉันก็ว่ามันจะต้องถูกกว่า ไอ้นาฬิกา กิ๊บติดผม รองเท้า เทียนหอม โคมไฟ เสื้อผ้า กางเกง และหนังแผ่น อยู่มากกว่าเท่าหนึ่งขึ้นไปแน่นอน ของกินประทังชีวิตราคาถูกลง ของปรุงแต่งราคาแพงขึ้น และหรือรวมไปถึงของใช้จำพวกเทคโนโลยีต่างๆมากมายที่คุณใช้กันอยู่ คอมพิวเตอร์ที่ฉันกำลังพิมพ์อยู่ แล็ปท้อปย่อโลกคอมพิวเตอร์ให้กลายเป็นมือถือคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ตอนนี้ก็สามารถต่อเข้าระบบและทำชีวิตของมันให้เป็นคอมพิวเตอร์ก็ยังได้ ถ่ายรูปก็ยังเก๋ หรือแม้แค่เครื่องเล่น MP3 ทั้งหลายยี่ห้อ หรือปาล์ม พีดีเอ มากมาย ราคามันมากกว่าอะไรทั้งสิ้นทั้งมวล ที่ทำให้เราต้องอดออมซื้อมัน เราคงไม่โทษประเทศโลกที่หนึ่งที่เป็นผู้กำหนดเรื่องราวง่ายๆอย่างปัจจัยดำรงชีวิตที่กลับตารปัตรเช่นนี้ เพราะเราเป็นประเทศโลกที่สามที่เก่งเกษตรกรรม กสิกรรม ปศุสัตว์และทำงานหัตถกรรม เต็มตัว (ซึ่งในไม่ช้าเราคงต้องก้าวตามประเทศโลกที่หนึ่งให้ทัน เราพยายามอยู่และถึงแม้ว่าเราจะไม่มีวันตามทันแต่เชื่อเหอะว่า เราก็จะคิดแบบเขา ทำแบบเขา ตามก้นเขาไปเรื่อยๆแม้ว่าโครงสร้างประเทศเราจะไม่ใช่แบบเขาก็ตาม เหมือนอุปมาดั่ง หุ่นไม่ให้แต่ใจรักอย่างไรอย่างนั้น) เราบริโภค วัตถุนิยม กันมากเกินไปหรือเปล่า? จนมองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เรียกว่า จิตใจ เรามองคนที่ภายนอกมากเกินไปหรือเปล่า จนมองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆที่มีคุณค่ามากกว่านั้นที่ออกมาจาก ภายใน แต่พูดก็พูดเหอะ คนที่แต่งตัวดีก็มีสิทธิเป็นผู้ร้ายได้ และในทางเดียวกันคนที่แต่งตัวไม่ดี ก็สามารถที่จะทำเรื่องไม่ดีให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน (คนจึงต้องโดดเดี่ยวมากขึ้น ระวังตัวมากขึ้นและเหงากันมากขึ้น) ในเมื่อสังคมบีบบังคับให้เขาทำเช่นนั้น (คิดไปถึงลุงคนหนึ่งที่จับเด็กเป็นตัวประกัน พร้อมขอเงิน ขอรถกลับบ้าน เนื่องจากมาทำงานที่เมืองกรุงแล้วหางานไม่ได้ดังหวัง....ผิดหวัง เสียใจ และหมดอนาคต(เช่นนี้ในท้ายที่สุด)....จะอีกนานไหมที่ผู้คนเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อของสังคม โดยที่เขาไม่รู้ตัว) แล้วเราจะเอาผิดเรื่องสังคมป่วยๆนี้ที่ใครดี ? ถ้าคุณไม่เริ่มที่ตัวคุณ ก็น่าจะโทษคุณคนอ่านไว้ก่อนล่ะนะ...
previous - next
|