Get your own
 diary at DiaryLand.com! contact me older entries newest entry

2004-12-21 - 2:16 p.m.

SQ in my point of view

Dec21’04

ช่วงเวลาที่ไปเห็นบ้านเมืองที่สิงคโปร์ 3 วันฉันเห็นอะไรบ้าง?

ฉันว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่น่ายกย่องในเรื่องความเจริญก้าวหน้า ฉันยังบอกแนนอยู่เลยว่าสิงคโปร์อยู่ห่างจากไทยแค่ 2 ชม.โดยประมาณของสายการบินหวานเย็น แต่ความเจริญเหมือนอยู่ห่างจากไทยเสียมากมาย เริ่มมาตั้งแต่

การขนส่งมวลชนซึ่งของเขามีทั้ง MRT รถเมลล์ และแท็กซี่ แนนยังบอกอีกว่า รถยนต์ที่เขาใช้กันที่โน่นไม่มีคันไหนเก่าๆ ดูไม่งามเอาออกมาขับกันเลย
MRT นั้นจะคล้ายๆกับญี่ปุ่นตรงที่ว่ามันสามารถเชื่อมต่อกับห้างส่วนใหญ่และใช้เป็นทางข้ามถนนได้เลย ถ้าคุณต้องการข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามคุณก็แค่เดินลง MRT หรือห้างใกล้ๆเท่านั้นแหล่ะ สักพักคุณก็ไปถึงถนนฝั่งตรงข้ามได้โดยปลอดภัยแล้ว
รถเมลล์ของที่นี่มีสองชั้น เพราะความสวยงามของบ้านเมืองเขาหรือไงไม่ทราบได้ หรืออาจจะเป็นเพราะได้รับอิทธิพลมาจากอังกฤษ เวลาเรากับแนนไปก็มักจะขึ้นไปที่ชั้นสองประจำ
สังเกตได้ว่าที่โน่น ไปที่ไหนจะมีทีวีเปิดไว้เพื่อรับข่าวสารอยู่ตลอดเวลา และก็เป็นภาษาสากลด้วยคือภาษาอังกฤษ ขึ้นรถเมลล์ก็มีทีวี ลงรถไฟใต้ดินก็มีทีวี จะนั่งแท็กซี่บางคันก็มีทีวี
พอพูดถึงแท็กซี่ ได้คุยกับคนขับแท็กซี่อยู่คนหนึ่ง ก็รู้สึกแปลกใจมากว่าทำไมแท็กซี่แต่ละคันอุปกรณ์ภายในไม่เหมือนกัน ก็เลยถามเขาว่า คุณเป็นเจ้าของรถเองใช่ไหม เขาบอกว่าไม่ใช่ ในประเทศไทยของคุณอาจจะเป็นเจ้าของรถแท็กซี่เองได้ แต่ในสิงคโปร์นี่ทุกอย่างเป็นของรัฐบาล
ไม่น่าแปลกใจเลยที่รัฐบาลสิงคโปร์ถึงมีกฎแปลกๆที่ว่า ห้ามเอาหมากฝรั่งเข้าประเทศ เนื่องจากมันทำให้ประเทศเขาสกปรก มาเป็นเมืองไทยหน่อยไม่ได้นะ สมัยก่อนมีแปะให้เห็นอยู่ทั่วไป แถมยังเอาไว้เล่นแกล้งเพื่อนได้อีกแน่ะ

อากาศก็ร้อนจับใจทำให้คนสิงคโปร์เด็กๆสาวๆ แต่งตัวสวยงามมาท้าความร้อนได้ถูกใจคนมองจริงๆ อิอิอิ แต่คนที่แต่งตัวไม่เป็นก็มีอยู่เหมือนกัน วัยรุ่นที่นั่นจะว่าธรรมดาก็ธรรมดา คนไหนที่แก่แดดหน่อยก็ดูออกเห็นทันที เพราะเขาจะเดินไปไหนต่อไหนกันเป็นคู่ๆ โดยเฉพาะการพาคู่เดทมาว่ายน้ำกันที่หาดเทียมบนเกาะเซ็นซ่าแล้วต่อด้วยมาดู ปลาโลมา เนี่ยน่าจะเป็นเรื่องฮิตของที่โน่น
ชายหาดของสิงคโปร์ก็มีเรื่องเล่ามาจาก เกาะเซ็นโตซ่าเป็นเกาะร้างมาก่อนเนื่องจากสงคราม(มั้ง) เพราะในตัวเมืองสิงคโปร์เห็นมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเรื่องสงครามอยู่เยอะเชียว รัฐบาลต้องการใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์ก็เลยพลิกฟื้นเกาะให้กลายเป็นเกาะสวรรค์แทน และเปลี่ยนชื่อใหม่คือ เซ็นโตซ่า ที่ดูเป็นมงคลกว่านั่นเอง
ต้นหมากรากไม้ที่สวยงาม เขาก็สร้างชาติขึ้นมาเอง โดยที่จะตัดแต่งอย่างไรให้งาม ทำอะไรให้ดี เขาก็จะสร้าง หาดเทียม สถานที่ท่องเที่ยว ตึกรามสูงใหญ่ เขาก็จะนำมาวางไว้ จนเราแอบแซวว่าประเทศเขาเหมือนบอนไซเลยนะ หมายความว่า เนื้อที่มีน้อยแต่เราก็สามารถทำให้ต้นไม้ดูสวยงามได้ โดยการตัดแต่งดัด หรืออะไรก็ตามแต่

แต่ประชาชนในประเทศเขาก็เครียดเหมือนกันนะ ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่เรื่องหนึ่งที่คิดน่าจะเหมือนกันคงเป็นเรื่องของค่าครองชีพที่โน่น ที่โน่นทุกอย่าง อะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด จะขับรถก็มีการ์ดเสียบไว้ที่หน้ารถ เราถามว่าจะเสียบเอาไว้ทำไม ปีเตอร์คนที่ขับรถมาส่งเราที่สนามบินตอนขากลับบอกว่า จะได้รู้ว่าต้องเสียเงินเท่าไหร่ ที่นี่ทำอะไรทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองไปหมด

นั่งแท็กซี่เฉลี่ยประมาณครั้งละ 5SGD ก็ตกประมาณ 125 บาท ต่อครั้ง มาเมืองไทยอยู่ได้ด้วยข้าว 3 มื้อ แต่ 5 SGD เฉลี่ยแล้วตกข้าว 1 มื้อที่โน่นเอง
แล้วมองไปที่ไหนก็มีแต่คนที่ต้องช่วยเหลือตัวเองกันหมด คนแก่ๆต้องมานั่งทำงานใช้แรงงานอย่าง การขับสามล้อถีบที่เขายังมีอนุรักษ์ไว้บ้าง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้นั่ง หรืออย่างโรงแรมที่เราไปพักคุณปู่อายุ70 กว่าๆยังมานั่งทำงาน เป็นพนักงานเข้ากะ เพื่อให้เราขึ้นและลงลิฟท์อยู่เลย ซึ่งอายุขนาดนี้อยู่เมืองไทยก็รับจ้างเลี้ยงหลานกันได้แล้ว เด็กๆวัยรุ่นที่โน่นเขามีการทำงานพิเศษกันด้วยนะ
แอบเห็นตามห้างเช่นการแจกใบปลิว ซึ่งคนสิงคโปร์ไม่ค่อยจะรับกันเท่าไหร่นัก ลองน้องๆหนูๆมาแจกเมืองไทยซิคงเรียกคะแนนความสงสารเห็นใจได้เพียบ นอกจากนั้นก็คือการนั่งเฝ้าประตูห้างเพื่อนับหัวคนที่เดินเข้ามาในห้าง ไม่รู้สถานีอื่นเห็นหรือเปล่า แต่เราเห็นที่ City Hall อยู่2-3 ประตู เราว่าดีเหมือนกันนะเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และยังได้ตังใช้เอาไปเที่ยวด้วย
คิดแล้วก็เหมือนกับประเทศญี่ปุ่นที่เอาคนแก่ๆที่เกษียณอายุแล้วแต่ไม่รู้จะทำอะไรดีมานั่งที่เค้าเตอร์ ติดต่อสอบถาม มาช่วยตอบคำถามนักท่องเที่ยวว่า ไปที่ไหน ไปอย่างไรเห็นคนแก่ๆที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วจะหนาวจะอายไปเลย เพราะเขาใช้ภาษาได้คล่องและฉาดฉานกว่านักเรียนญี่ปุ่นทั่วไปซะอีก เพราะงี้ซิเขาจึงสมัครใจมาเป็นโวลุนเทีย แต่อย่างไรซะคนแก่ประเทศสิงคโปร์ก็ยังทำงานหนักกว่าอยู่ดีนั่นแหล่ะนะ

ประเทศของเขามีคนหลายเชื้อชาติมาอยู่รวมกันเพราะฉะนั้นเขาจึงใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง เราว่าบางทีเราไปถามอะไรเขา เขาก็ยังตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องสักเท่าไหร่เลย ประเทศเขาก็เล็กนิดเดียวยังตอบไม่ได้เลยว่า อะไรอยู่ที่ไหนบ้าง จริงๆแล้วที่สิงคโปร์ขาดน่าจะเป็นป้ายบอกทางรถที่จะไปไหนต่อไหนนะ เพราะ MRT ดูง่ายมาก แต่ป้ายรถเมลล์ที่สิงคโปร์เหมือนป้ายรถเมลล์ที่เมืองไทยเลย ไม่สามารถช่วยอะไรได้ นอกจากใช้ปากตัวเองถามสายป้ายรถจากคนอื่นแต่ส่วนมากก็บอกจนมากันถูกนั่นแหล่ะ ไม่ยากเท่าไหร่นัก

สิ่งหนึ่งที่เมืองไทยไม่ค่อยมี แต่สิงคโปร์มีก็คือถังขยะ หาที่ทิ้งขยะง่ายมาก เมืองไทยต้องกำเศษขยะเอาไว้ เพราะหาถังขยะไม่ค่อยเจอจนต้องไปทิ้งที่บ้านเอาบ่อยๆ น่าจะดูสิงคโปร์ไว้เป็นตัวอย่างนะ บ้านเมืองเราจะได้สะอาดๆเหมือนเขา

นอกจากที่คนเขาเคร่งเครียดกันและบ้านเมืองสวยงามสะอาดของแพงกว่าไทยแล้ว เราขอยกย่องว่าประเทศไทยเราน่าอยู่กว่าเขามาก เพราะเรามีทางออกทางเลือกมากกว่าคนในบ้านเมืองเขา ไม่แปลกใจเลยที่คนเขาจะเครียดมากกว่าเรามากมาย

สถานที่หย่อนใจมีไม่กี่ที่เอง ลองมาอยู่เมืองไทยซิ อยากไปภูเขา ทะเล น้ำตก ทะเลาสาบ มีหมดแทบทุกอย่างที่อยากไป ไม่มีซ้ำแถมบางที่เราไม่อยากกลับไปอีกที แต่บางที่ก็อยากกลับไปอีก อยากจะเล่นกีฬาบ้านเมืองเราก็มีที่ว่างๆล๊อคว่างๆพอให้พี่ไทยออกมาหวดเตะฟุตบอล ตะกร้อ หรือว่าทีมบาสแถวสนามในชุมชนนั้นได้ เท่าที่เห็นเรายังไม่เห็นสถานที่ออกกำลังกายของเขาเลย นอกจากการว่ายน้ำที่หาดเทียม ละก็ฟิตเนสในร่มที่มีแฟรนชายอยู่ที่เมืองไทย....และนอกจากนั้นโรงหนังเขาก็น้อยด้วยอีกอย่าง เหมือนเขาไม่ค่อยจะสนใจดูหนังอย่างเอาเป็นเอาตายกันเหมือนคนไทยเลยเนอะ
หรือเพราะความเครียดแบบนี้เอง สาวสิงคโปร์ก็เลยไม่ยอมแต่งงานกันมากขึ้นหรือเปล่า และสมัยปัจจุบันนี่ผู้หญิงก็เก่งกว่าผู้ชายมากขึ้นด้วยนะ เดี๋ยวนี้เขาก็เลยมีผู้ชายยุคใหม่ที่รู้ความต้องการของผู้หญิง โรแมนติค และก็ทำอะไรหลายๆอย่างที่ผู้หญิงทำได้เป็น ก็เพราะว่าบทบาทของผู้หญิงเริ่มเปลี่ยนไปนั่นเอง

เอาเป็นว่าถ้าจะไปสิงคโปร์อีกที ขอเข้าไปดูพิพิธภัณฑ์อีกสักครั้งและจะไม่ยอมไปวันจันทร์ช่วงเช้าอีกแล้ว (เพราะมันปิดจ้ะ อดดู หงิหงิ)
จะลองลดรูปแล้วโหลดลงไปให้ดูอีกทีเน้อ อาจจะนานหน่อยช่วงนี้ยุ่งจ้ะ
http://public.fotki.com/girlajust

 

previous - next

 

about me - read my profile! read other Diar
yLand diaries! recommend my diary to a friend! Get
 your own fun + free diary at DiaryLand.com!