|
2004-12-14 - 10:38 p.m.
Post-SQ Back from Sin Tired Exhausted Body pain But good to clear my head after all busy thing in here
Then back again More tired again More exhausted again More body and heart pain again Anyway Still alive
. Yea
still alive. หลังกลับจากสิงคโปร์
กลับมาแล้ว นาทีแรกที่กลับมา อืมมจะโทรหาใครดีน้า ไม่ได้โทรหาใคร... บอกแท็กซี่ว่าให้รีบกลับบ้านหน่อย เหนื่อยแล้ว แต่ไม่ใช่กลับบ้านเก่านะ ยังไม่อยากจากไปตอนนี้ แท็กซี่หันมาบอกว่า มุก (และขำต่อไป) ถึงบ้าน คำแรกที่ป่ะป๊าบอกคือ มะม้าจะตัดออกจากกองมรดกแล้ว เออนะ ทักทายกันแบบนี้เลยเหรอพ่อฉาน ออกมาช่วยถือของละก็เอาของฝากน้อยนิดส่งถึงมือคนอื่นๆต่อไป มะม้าดีใจ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แค่นี้ก็ชื่นใจแล้ว ^^ อาบน้ำ พร้อมความล้า และอากาศเมืองไทยหนาวแล้วนี่นะ.... ---หน้าคอม มีสายโทรศัพท์โทรมา 1 รายดึกๆ แต่เหนื่อยเกินกว่าจะรับไหว... เขาเป็นคนที่เราไม่เคยเกรงใจเลย ถ้าจะบอกวาง แต่ทำไมกับคนอื่นกลับเกรงใจเสียมากมาย แต่เขาก็อยู่ตรงนั้น โทรมาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ได้ถี่ แต่สม่ำเสมอ.... แปลกดี หวังว่าเขาจะเข้าใจ คงเพราะเขาเข้าใจ จึงได้แค่โทรมา (และคงเพราะเขาโทรไปหาคนอื่นด้วย จึงได้แค่นี้เช่นกัน) หลังจากตัดสาย อย่างไม่ปรานีปราศรัย ก็กลับมายุ่งกับเมลล์งานต่อไป งาน 2 อย่าง จดๆ เขียนๆ เช็คเมลล์ต่อและได้รู้ซึ้งถึงคำว่า 3วันจากนารีเป็นอื่นนี่ เขาเขียนเอาไว้สำหรับผู้ชายนี่เอง ถ้าวรรคต่างกัน ประโยคนี้จะเหมือนบ่น ตัดพ้อได้ทั้งหญิงและชายเลยนะ แปลกดี 3วันจาก นารีเป็นอื่น 3วันจากนารี เป็นอื่น เหมือนกับประโยคในภาษาอังกฤษที่ว่า Woman without her man is nothing. ลองใส่ คอมม่า ดูนะ Woman without her, man is nothing. หรือ Woman without her man, is nothing. อ่านแล้วก็เหนื่อย เหนื่อยแล้วก็มึน คงเพราะเป็นแบบนี้ละน้า ก็เลยยังมีเครื่องหมายคำถามอยู่ในใจ จะดีเหรอ นึกขอบคุณตัวเองว่าดีแล้วที่ไม่ได้ตัดสินใจอะไรวู่วามตามเสียงคนรอบข้าง การจะคบกับใครสักคนนึงนี่มันยากเย็นจริงๆนะ เพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งบอกว่าระหว่างเขากับผู้หญิงคนหนึ่ง คบกันแต่ไม่ได้เป็นแฟนกัน ถ้าเราเป็นผู้หญิงคนนั้นคงลำบากใจน่าดู (ถึงแม้ว่าเราจะกลัวการผูกมัดก็ตามที) เราเลยไม่ตกลงคบกับใครเลย น่าจะดีกว่านะ แต่ตอนจะหลับคืนนั้นรู้สึกเมื่อยล้าไปหมดทั้งตัวแบบนี้ สงสัยจะเดินหนักไปตอนอยู่ที่สิงคโปร์ หิ้วของหนักไป ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดเอว ปวดขา ปวดฝ่าเท้าไปหมด มานไม่ได้ปวดอย่างคนแก่ๆอ่ะจิ มานเหมือนกับระบมอ่ะ เหมือนกับใช้ร่างกายเสียหนักเลยระบมไปหมดเลย แต่เหนื่อยกายอย่างไรก็ไม่เท่าเหนื่อยใจ จริงๆนะ เช้าวันไป... วันเสาร์ ใครที่ไหนจะตื่นเช้ามาได้ขนาดนั้น รายชื่อคนออนไลน์เช้าตรู่วันเสาร์ (ซึ่งปกติไม่เคยเห็นเขาออนแต่เช้าขนาดนั้น) ปกติจะมีแต่เฉพาะเพื่อนที่ทำงานค้างคืน อยู่ประมาณ 2-3 คน เพราะหลายๆคนออกต่างจังหวัดไปฉลองหยุดยาว 3 วันกันหมดแล้ว 1 ใน 3 รายชื่อนั้นมีเขาอยู่ด้วย ไม่ได้ทัก ไม่ได้อะไรทั้งสิ้น แค่เห็นชื่อ ก็มีความสุขแล้ว ขอบคุณนะที่ตื่นมาส่งกัน แล้วก็ออฟไลน์จากมา มีคนถามว่าไปสิงคโปร์สนุกไหม เราขอตอบว่า ถ้าทางด้านจิตใจเนี่ย เราอิสระเต็มที่เลยนะ เราไม่ได้คิด ไม่ได้หวัง ไม่ได้คิดถึงใครทั้งนั้น โทรศัพท์ที่ว่าจะไปเปิดที่โน่น ก็ไม่ได้เปิด ปิดตลอด ไม่มีใครโทรตามตัวเราได้ แล้วตอนแยกกันกะแนนไปเดินคนเดียวแล้วมันเหมือนได้ผจญภัยได้ทำสิ่งที่เราชอบ ได้ดูโน่นดูนี่ ดูบ้านเมืองผู้คนรอบข้างแล้วมันก็รู้สึกสงบสุขอย่างบอกไม่ถูก ผู้คนที่โน่นดิ้นรนกับชีวิตมากมาย ขอบคุณพระเจ้าที่ให้เราเกิดมาในเมืองไทย เมืองฟ้าอมรจริงๆ ส่วนทางกายภาพภายนอกและอื่นๆเนี่ย ขอบอกได้เลยว่าไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ข้าวของแพง อาหารก็ไม่ค่อยอร่อย ที่เมืองไทยของถูกกว่า อร่อยกว่าและของอย่างอื่นจะสวยกว่าเยอะแยะมากมาย ไปที่โน่นแล้วคิดถึงเมืองไทยทันที แล้วก็เดินไม่ค่อยจะรู้ทางเท่าไหร่นัก เลยเป็นเหตุให้ต้องเดินซ้ำไป วนมาหลายที่มากมาย ทำให้ขาบวมอยู่นี่ไง... แต่เราเอาสุขใจเข้าว่าดีกว่า ก็คิดว่าเป็นทริปที่น่าจดจำอย่างนึง และได้เจอคนไทยไปถ่ายแฟชั่นกันที่โน่นด้วย ตอนออกไปเดินดุ่มๆหา อนุสาวรีย์ตาลุงราฟเฟิ้ลอยู่คนเดียว มองไปมองมา พี่อ้วนอาร์มแชร์ที่แนนชอบนี่หว่า ถ่ายรูปคู่กับพี่อ้วนแล้ว พี่พี่ทีมงานก็สัมภาษณ์เราเอาไปลงหนังสือด้วยแฮะ เออถ้า ต้าเจียห่าว ออกลองเปิดดู คุณอาจจะเห็นสาวหน้าบานๆ หมวยๆ แต่งตัวเซอร์ๆเนี่ยก็รับรองได้ว่า ข้าพเจ้านี่เอง... ถ้าเขาไม่หลอกถ่ายเอาไว้ดูเองน่ะนะ - - เดี๋ยวไว้ค่อยเล่าเรื่องนี้อีกทีตอนเขียนเป็นเรื่องยาวๆแล้วละกันเน้อ เข้านอนตื่นขึ้นมายิ่งปวดตัวมากกว่าเดิมแฮะ เหมือนไปออกกำลังกายมาเลย แต่ตอนอยู่ที่โน่นไม่เห็นจะปวดเลย หรือว่าตื่นเต้นมากมายเลยลืมปวดสนิทก็ไม่รู้ได้แฮะ ตื่นมาแล้วรู้สึกมีช่องว่างกลวงๆโบ๋ๆอยู่ในหัวใจ ขอบคุณพระเจ้า ที่เราจะผ่านมันไปด้วยกัน งือ ขับรถเหมือนเดิม ถนนเดิมๆ คนนั่งเดิมๆ สถานที่เดิมๆ กดโทรศัพท์หาจู ไรว้า ไม่รับสาย ละก็ลืมของในรถ ต้องออกไปเอา แล้วก็เดินต่อไม่ไหวเลยต้องนั่งแท็กซี่มาที่ตึกเพราะขาเดี้ยง คิดในใจว่าจะไปหาหมออีกทีดีกว่า เพราะตอนที่ไปกระโดดโลดเต้นในทริป ป.โท ไปเกาหลีปีที่แล้ววววนั้น ขาเหมือนยังไม่หายสนิทดีเท่าไหร่เลย หมอห้ามใส่ส้นสูงไปนานเลย จำได้ แว้กไม่เอาหรอก ไม่ยอม สักพักก้อยก็รับโทรศัพท์ เออไปสิงคโปร์กลับมาแล้วนะ อ่ะ เหรอ เออถึงว่าหายไปไหน เม้ากันไปได้สักพัก จูก็โทรเข้ามา โดยใช้โทรศัพท์สาธารณะ เพราะโทรศัพท์มานโทรออกไม่ได้ คำแรกที่จูพูด..... ไหนแกบอกว่าจะเปิดโทรศัพท์ตอนอยู่สิงคโปร์ไง? ชั้นโทรไปหาแกทุกวันเลยรู้หรือเปล่า... T-T คำนี้แหล่ะที่อยากได้ยินมานาน การจากไปและรู้ว่ามีใครบางคนคิดถึงเราและทำทุกอย่างเพื่อที่จะติดต่อเราได้นี่มันมีความสุขแบบนี้นี่เอง (ฮ่าๆๆๆทรมานเขาแต่สุขเรา) เหมือนช่องว่างในใจที่มันหนาวๆเย็นๆว่างๆ กลับอบอุ่นขึ้น......
ไม่เป็นไร อย่างไรซะก็ยังมีเพื่อนอยู่......
previous - next
|